รู้จักวัสดุคลุมดินเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ดิน

Vegetation Management Answers  > Agriculture >  รู้จักวัสดุคลุมดินเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ดิน
วัสดุคลุมดิน
0 Comments

วัสดุคลุมดินมีกี่ประเภท มีข้อดี – ข้อเสียยังไง หรือมีประโยชน์ต่อการใช้ปลูกต้นไม้ ปลูกผัก หรือทำการเกษตรอย่างไร เรารวมข้อมูลมาให้แล้ว

วัสดุคลุมดินมีกี่ประเภท

หลัก ๆ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่

1. พืชคลุมดิน 

ส่วนใหญ่มาจากพืชตระกูลถั่ว  

2. อินทรียวัตถุ

หลัก ๆ มาจากวัสดุธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ เช่น มูลสัตว์และดิบสารข้าว เศษใบไม้ แต่ก่อนนำมาใช้จำเป็นต้องมีการตากแห้งเพื่อลดการหมักหมม หรือป้องกันอุณหภูมิสูงเกินไปจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่พืช

3. พลาสติก

ส่วนใหญ่มักเลือกใช้ผ้าคลุมขนาดใหญ่ที่มีการใช้เส้นใยพลาสติกในการถักทอ เช่น พลาสติก PP, PE, HDPE

ประโยชน์ของการใช้วัสดุคลุมดิน

สำหรับประโยชน์ของการใช้วัสดุคลุมดินหลัก ๆ ประกอบไปด้วย

1. รักษาความชื้นภายในดิน 

โดยกลไกการป้องกันหลัก ๆ คือ ลดแสงแดดที่ส่องกระทบกับผิวดินโดยตรง และลดการระเหยของความชื้น จึงส่งผลให้ช่วยรักษาความชุ่มชื้นภายในดิน 

2. ช่วยบำรุงดิน

โดยเฉพาะการใช้วัสดุคลุมดินประเภทอินทรียวัตถุ เมื่อระยะเวลาผ่านไปจะเกิดการย่อยสลายและปลดปล่อยแร่ธาตุจำเป็นสำหรับการเติบโตแก่พืช 

3. ช่วยควบคุมวัชพืช

วัชพืชส่วนใหญ่ใช้แสงในการสังเคราะห์อาหาร ดังนั้นเมื่อไม่มีแสงกระทบกับผิวพื้นดินวัชพืชก็จะไม่เติบโตเนื่องจากมีแสงไม่เพียงพอ รวมถึงการใช้วัสดุคลุมดินยังมีส่วนช่วยในการลดอัตราการเติบโตของเม็ดวัชพืชที่ปลิวมาตามสายลมหลังจากการคลุมดินไปแล้วด้วย 

4. ปรับอุณหภูมิดิน 

เนื่องจากเวลาดินโดนแสงแดดมากเกินไปจะส่งผลให้มีอุณหภูมิร้อนขึ้นและไม่เหมาะสำหรับการปลูกหรือการเติบโตของพืช ดังนั้นการใช้วัสดุคลุมดินจึงมีส่วนสำคัญในการลดอุณหภูมิที่อยู่ในระดับที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตและจุลินทรีย์ต่าง ๆ 

5. ป้องกันการกัดเซาะของหน้าดิน

โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนหรือตอนที่มีการรดน้ำ เนื่องจากหยดน้ำไม่ได้ตกกระทบบริเวณผิวดินโดยตรงแต่ไหลผ่านวัสดุคลุมดินอีกทีนั่นเอง

ข้อดี – ข้อเสียของวัสดุคลุมดินแต่ละประเภท

สำหรับข้อดี – ข้อเสียของวัสดุกลุ่มเด่นทั้ง 3 ประเภทหลัก ๆ ประกอบไปด้วย

  • อินทรียวัตถุ ข้อดี คือ มีต้นทุนต่ำ ช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดินได้ย่อยสลายเองตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องดูแลรักษา ข้อเสีย อาจเกิดความร้อนสร้างความเสียหายต่อพืชได้ อายุการใช้งานค่อนข้างสั้น
  • พืชคลุมดิน ข้อดี ช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดินมีความสวยงาม ย่อยสละได้เองตามธรรมชาติ ข้อเสีย ต้องหมั่นดูแลรักษา
  • พลาสติกคลุมดิน ข้อดี ใช้งานง่ายมีความทนทานสูง อายุการใช้งานนาน ข้อเสีย ราคาแพง ไม่สามารถย่อยสลายเองได้

สรุป

วัสดุคลุมดินมีด้วยกันทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ อินทรียวัตถุ พืชคลุมดิน และพลาสติก โดยแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นเวลาเลือกใช้จึงควรดูที่ความเหมาะสม เช่น ไม่เหมือนค่อยมีเวลาในการดูแลรักษาขอแนะนำว่าควรเลือกประเภทอินทรีย์วัตถุหรือพืชคลุมดิน หากต้องการความง่ายในการติดตั้งและมีความทนทานสูงเลือกวัสดุประเภทพลาสติกจะช่วยได้ เป็นต้น